การทดลอง TIGERS-X วันแรกพบพฤติกรรมของเหลวเป็นไปตามสมมติฐาน ทีมพบเจอปัญหาฟองอากาศในระบบ

ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจากชุดการทดลอง TIGERS-X ได้รับการติดตั้งบนแพลตฟอร์ม ICE Cubes Facility ภายในสถานีอวกาศนานาชาติ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา การปฏิบัติการวันแรกของ TIGERS-X ได้เผยให้เห็นข้อสังเกตหลายประการที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะพฤติกรรมของของไหลภายในระบบภายใต้สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ

ในช่วงเช้า ทีมปฏิบัติการประสบปัญหาการขาดหายของการสื่อสารระหว่าง Mission Control กับชุดการทดลอง แม้ว่าสถานีอวกาศนานาชาติจะอยู่ในช่วงรับสัญญาณ หรือ Acquisition of Signal: AOS แล้วก็ตาม ส่งผลให้ต้องยกเลิกการทดลองรอบแรก อย่างไรก็ตาม การเชื่อมต่อสามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้งในเวลาประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น

ทีมวิจัยได้เริ่มต้นปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ผ่านช่องทางการทดลองที่ 1 หรือ Channel 1 ของระบบ Lab-on-a-Chip โดยประเด็นสำคัญที่ตรวจพบในช่วงเช้าคือ การปรากฏของฟองอากาศในปริมาณมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะนี้ทีมวิจัยอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเป็นไปได้ของปฏิสัมพันธ์ด้านความดันระหว่างถุงของเสียกับถุงบรรจุสารละลายดี โดยมีข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า ถุงบรรจุสารละลายดีอาจกดทับถุงของเสีย จนทำให้เกิดการไหลย้อนกลับภายในระบบของไหล

หนึ่งในข้อสันนิษฐานที่ทีมวิจัยกำลังพิจารณาคือ ระบบอาจเกิดปรากฏการณ์ลักษณะ “การหมุนเวียนของอากาศ” หรือ Air Circulation ภายในระบบ อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานดังกล่าวยังต้องได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติมในการปฏิบัติการวันที่ 2

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังให้ความสนใจกับการทำงานของ “วาล์วกันกลับ” หรือ “Check Valve” ซึ่งเป็นวาล์วทางเดียวที่ออกแบบมาเพื่อให้ของไหลหรือก๊าซไหลผ่านได้เพียงทิศทางเดียว และป้องกันไม่ให้เกิดการไหลย้อนกลับ ในระบบของไหล วาล์วชนิดนี้ทำหน้าที่คล้าย “ประตูควบคุม” ของของเหลวหรือก๊าซ กล่าวคือ เมื่อแรงดันมาจากทิศทางที่ถูกต้อง วาล์วจะเปิดเพื่อให้ของไหลผ่านไปได้ แต่หากแรงดันมาจากทิศทางตรงกันข้าม วาล์วจะปิดเพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับ

แม้ว่าวาล์วกันกลับดังกล่าวจะสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ภายใต้แรงโน้มถ่วงของโลก แต่ในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ วาล์วอาจไม่ทำงานตามที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากการเคลื่อนที่ของของไหล สมดุลของแรงดัน และพฤติกรรมของฟองอากาศในสภาวะไร้น้ำหนักอยู่ภายใต้เงื่อนไขทางฟิสิกส์ที่แตกต่างจากบนโลก ปัจจัยดังกล่าวจึงอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการไหลย้อนกลับที่ตรวจพบในระหว่างการปฏิบัติการครั้งแรก

หลังจากยุติการทำงานของ Channel 1 แล้ว ในช่วงบ่าย ทีมวิจัยได้ดำเนินการสอบเทียบระบบของ Channel 3 ต่อไป โดยการสอบเทียบส่วนของน้ำมันเป็นไปตามปกติ อย่างไรก็ตาม การสอบเทียบส่วนของน้ำใช้เวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก หรือประมาณ 4 เท่าของระยะเวลาที่วางแผนไว้ในเบื้องต้น เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทีมวิจัยกังวลถึงความเป็นไปได้ของการรั่วไหลภายในระบบ แต่ท้ายที่สุดปัญหาดังกล่าวสามารถได้รับการแก้ไข และไม่พบปัญหาด้านสัญญาณหรือการสื่อสารระหว่างการปฏิบัติการ

ในด้านสมรรถนะการสื่อสาร ทีมวิจัยยังพบข้อกังวลเกี่ยวกับความเร็วในการเชื่อมต่อที่ไม่เสถียร แม้ว่าการเชื่อมต่อกับชุดการทดลองจะยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่อัตราการส่งข้อมูลมีความแปรผันในบางช่วงเวลา ซึ่งอาจก่อให้เกิดข้อจำกัดด้านการปฏิบัติการ โดยเฉพาะในการดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่หรือไฟล์ที่ต้องใช้เวลานาน เช่น ข้อมูลภาพหรือข้อมูลสังเกตการณ์จากชุดการทดลอง

แม้จะพบข้อกังวลด้านการปฏิบัติการดังกล่าว แต่ผลการเปรียบเทียบเบื้องต้นระหว่างการทดลองภาคพื้นดินกับการทดลองในอวกาศ ได้แสดงผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับสมมติฐานของการทดลอง โดยของไหลในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำแสดงพฤติกรรมการผสมที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนกว่าการทดลองควบคุมบนภาคพื้นดิน นับเป็นข้อสังเกตทางวิทยาศาสตร์เบื้องต้นที่มีความสำคัญ อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยยังคงใช้ความระมัดระวังในการตีความข้อมูล

สำหรับการปฏิบัติการวันที่ 2 ซึ่งตรงกับวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ทีมวิจัยมีแผนดำเนินการสังเกตพฤติกรรมของของไหลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรูปแบบพฤติกรรมที่อาจเชื่อมโยงกับปัญหาการไหลย้อนกลับ ทีมวิจัยจะตรวจสอบเพิ่มเติมว่าข้อสันนิษฐานเรื่องการหมุนเวียนของอากาศภายในระบบมีความถูกต้องหรือไม่ ในช่วงบ่ายจะมีการปฏิบัติการต่อเนื่องใน Channel 3 ก่อนเข้าสู่การหารือทางวิทยาศาสตร์ร่วมกับนักฟิสิกส์ของไหล โดยอ้างอิงจากข้อมูลและข้อสังเกตชุดแรกที่ได้รับจากการปฏิบัติการในวันแรกของภารกิจ TIGERS-X

Public Affairs Officer